| Phanuphon 的个人资料my space照片日志列表 | 帮助 |
|
12月21日 Man on Wire ชีวิตที่เดินอยู่บนเส้นด้ายIt was a crime. Incredibly Risky. Highly Illegal.....Definitely crazy
วันก่อนเข้า imdb ปรากฏว่าเรื่อง Man on Wire ยังฉายอยู่ที่ Landmark Sunshine Theatre อยู่เลยสงสัยว่าทำไมมันยังอยู่วะเนี่ย ตูไปดูมาได้สามเดือนแระ แถมหนังมันเข้าก่อนจะไปดูได้สองเดือนมั้ง จะครึ่งปีแระ ยังไม่มีวี่แววว่าจะออก สันนิษฐานว่าหนังคงดีจิงๆ ไม่ทาง Landmark ก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาฉายเลยปล่อยฉายยาวขนาดนี้
ว่าแล้วก็ขอเล่าถึงหนังเรื่องนี้หน่อยในฐานะที่เป็นหนังเรื่องล่าสุดที่ไปดูในโรงมา (ก็แน่สิ ตอนนั้นหาบิทโหลดไม่ได้นี่หว่า) และต้องออกตัวว่าหนังเรื่องนี้จะลดความสนุกไปพอสมควรถ้าไม่เคยมานิวยอร์ค และไม่เคยเห็นตึก WTC ซึ่งจริงๆก็ไม่เคยเห็นหรอก เห็นแต่ Ground Zero นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่การเคยอยู่ในบริเวณที่เคยเกิดเหตุมันได้อารมณ์กับการดูหนังมากกว่าจิงๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังเรื่องอะไรก็ตาม
ความอยากดูหนังสารคดีเรื่องนี้มาจากการที่เข้าไปดู rating ที่ Rottentomatoes.com แล้วเจอหนังอยู่เรื่องนึงซึ่งได้ rating 100% จากนักวิจารณ์เกือบ 100 คน ซึ่งนับว่าสุดยอดมาก เพราะขนาด Wall-E กะ Dark Knight ยังได้ 90 กว่าๆเลย แล้วมรึงเป็นครายถึงบังอาจได้ 100% (สามเดือนให้หลังจากที่ดูก็ยัง 100 อยู่) เลยเข้าไปดูหนังตัวอย่างซะ แล้วก็โดนเข้าให้ รีบขวนขวายหาโรงฉายแทบไม่ทัน
หนังเล่าเรื่องราวของนักกายกรรมไต่ลวดชาวฝรั่งเศส Philip Petit และกลุ่มเพื่อนที่สร้างวีรกรรมที่ลักลอบนำเคเบิลหนักรวมกว่า 2 ตันไปขึงระหว่างตึก WTC และเดินไปกลับ 8 รอบเป็นเวลา 45 นาทีจนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกในปี 1974 และได้รับการขนานนามว่าเป็น The artistic crime of the century โดยหนังเล่าถึงแรงบันดาลใจของตัว Petit เอง การวางแผนที่นานถึง 6 ปี เริ่มตั้งแต่ตึกยังไม่ถูกสร้าง และนำคนดูไปรู้จักกับบุคลิกของ Petit ผ่านทางมุมมองของตัว Petit เองที่เป็นคนชอบความท้าทายและทะเยอทะยาน รวมไปถึงมุมมองจากคนรอบข้างที่มองเห็นเขาเป็นคนที่มีเอกลักษณ์และความโดดเด่น มากกว่าจะมองว่าเขาเป็นไอ้บ้าตัวนึง แถมยังมีการจำลองเหตุการณ์บางตอนขึ้นมาใหม่ให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงรายละเอียดและเข้าใจ
เหตุการณ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
หนึ่งในความสุดยอดของหนังสารคดีเรื่องนี้คือการเล่าเรื่อง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำภาพยนตร์ ตัวเนื้อเรื่องและเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นไปแล้วและทุกคนก็รู้จักเป็นอย่างดี แต่ความท้าทายอยู่ตรงที่จะเล่าเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แล้วให้น่าสนใจและน่าติดตามอย่างไร แง่มุมไหนที่จะสามารถดึงออกมารองรับเรื่องราวและผลักดันเนื้อเรื่องให้ดำเนินไปได้อย่างไม่ติดขัด ซึ่งหนังเรื่องนี้ตอบโจทย์นี้ได้อย่างสมบูรณ์
และที่สำคัญหนังได้เล่าที่มาที่ไปของตัวละครหลักสำคัญตัวจริงของเรื่องนั่นก็คือตัวตึก WTC เองให้คนดูได้รู้จักไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวขณะก่อสร้าง จำลองโครงสร้างภายในบางส่วนขึ้นมาใหม่ และนำเอาฟุตเทจเก่าๆของตัวตึกมาให้ตัดสลับกับเหตุการณ์ปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน ทำให้คนดูได้รับรู้ถึงสภาพและลักษณะของตึกที่มีผลต่อภารกิจเสี่ยงตายของ Petit ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลิฟท์ บันได บริเวณดาดฟ้า ทางเข้าบริเวณ Lobbyนอกจากบทสรุปในตอนท้ายนั้นจะตอบคำถามของคนหลายๆคนที่นอกจากจะอยากรู้ว่า Petit ทำได้อย่างไรแล้ว ยังเป็นการให้ความกระจ่างให้กับคำตอบของคำถามที่ยิ่งใหญ่กว่าและเป็นดูเหมือนจะเป็นคำถามเดียวที่ Petit ถูกถามโดยผู้สื่อข่าวทุกสำนักที่มารอทำข่าวขณะถูกควบคุมลงมาจากตึกว่า "ทำลงไปทำไม"
ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือหนังไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ 9/11 เลยแม้แต่นิดเดียว
สุดท้ายก่อนจบบทความวันนี้ขอเอาคำของ Philip มาปล่อยซะหน่อย ซึ่งเป็นประโยคที่อยู่ใน Trailer และถือได้ว่าเป็น Theme ที่แท้จริงของหนังสารคดีเรื่องนี้
"Life should be lived on the edge. See every day as a true challenge and then you live your life on a tightrope"
引用通告此日志的引用通告 URL 是: http://saintsd.spaces.live.com/blog/cns!988BAA111AFE7906!442.trak 引用此项的网络日志
|
|
|